บล็อกกาซีน ประชาไท
สวนหนังสือ
นายยืนยง(หมายเหตุ ภาพนี้เป็นภาพปก ฉบับที่ ๔ ปีที่ ๓๒ เดือน มีนาคม - เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑)ภาพจาก : http://burabhawayu.multiply.com/reviews/item/16 ชื่อนิตยสาร : ปาจารยสาร ฉบับที่ ๓ ปีที่ ๒๘ เดือนมีนาคม – เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๕จัดพิมพ์โดย : บริษัท ส่องศยาม
สุมาตร ภูลายยาว
เราต่างรู้ชัดแจ้งเห็นจริงว่า บนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลก อันมีสันฐานเป็นทรงกลมคล้ายผลส้มใบนี้มีน้ำมากกว่าพื้นดิน แต่สิ่งหนึ่งที่เราหลายคนอาจไม่รู้คือ เรื่องการแบ่งพรมแดนแผ่นดินโดยใช้แม่น้ำเป็นเส้นแบ่ง คนในยุคสมัยก่อนคิดได้ยังไงว่า แม่น้ำส่วนไหนเป็นของประเทศใด เพราะธรรมชาติแม่น้ำมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในเอเชียของเรามีแม่น้ำหลายสายที่ถูกขีดแบ่งเป็นเส้นพรมแดน ไม่ว่าจะเป็นเส้นแบ่งหมู่บ้านกับหมู่บ้าน ตำบลกับตำบล จังหวัดกับจังหวัด และประเทศกับประเทศ และบ่อยครั้งที่การแบ่งแม่น้ำออกเป็นพรมแดน คนที่อยู่ริมน้ำไม่เคยได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะโดยมากการแบ่งแม่น้ำเป็นเส้นพรมแดนนั้น ล้วนแต่ผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการเมือง อำนาจทางการปกครองแบ่งให้แทบทั้งสิ้น มีบางคนเคยถามผมว่า ขณะมายืนอยู่ริมแม่น้ำรู้สึกยังไงที่ข้ามแม่น้ำไปไม่ได้?ผมไม่ตอบ เพียงแต่ชี้ชวนให้เขาดูนกที่กระพือปีกบินข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่งบางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ตอบได้ยากเช่นกันว่า เราคิดเช่นไร แต่หากมองด้วยมุมที่หลากหลาย เราจะไม่เห็นความดีของการใช้แม่น้ำเป็นเส้นพรมแดนเลยหรือ แน่ละบางทีการใช้แม่น้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดน การไปมาหาสู่กันระหว่างผู้คนที่อยู่คนละฝั่งน้ำจะง่ายกว่าการที่เราต้องเดินข้ามแผ่นดินไปหากัน เพราะบนแผ่นดินกับดักสามารถวางได้ง่ายกว่า
แสงพูไช อินทะวีคำ
ให้สัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่ดีให้สัญญาว่าจะไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีให้สัญญาว่าจะไม่บิดเบี้ยวความจริงแต่แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่ใจเขาอยากทำแล้วจะทำอย่างไร?บอกกับประชาชนว่าเพื่อประชาชีบอกกับประชาชนว่าเพื่อความอยู่ดีกินดีบอกประชาชนว่าเพื่อชาติย่อมต้องพลีชีพแล้วในที่สุดก็กดขี่ประชาชีและประชาชนดั่งสำนวนกวีลาว กล่าวอ้างแปลกใจคือเพี่นเว้า เฒ่าแก่โบรานจาเป็นสัตว์สาคือควาย บ่ก้มหัวกินหญ้าเป็นปลาบ่อลอยลื่น กระแสสินธุ์ห้วยฮองพัดไปเยาะย่องยื้ โปโลพ้นอยู่โพนหมายเหตุ : โพน หมายถืง (เนิน) ดั่งภาษาอังกฤษที่ว่า termite mound
วาดวลี
ท้องฟ้าในเมืองของเรายังสวยเสมอ โดยเฉพาะยามที่เพื่อนเก่าของฉันรีบจอดจักรยานไว้ข้างตลาด แล้วเดินเข้ามาจับมือ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปทางทิศตะวันตก ก้อนเมฆพวกนั้นเลื้อยตัวมากอดภูเขาเอาไว้ มองไกลๆ เหมือนใครเอาผ้าขนหนูสีขาวนุ่มๆ ไปพันทิ้งไว้(เมืองเล็กๆ ของเราหลังฝนตก)
เมธัส บัวชุม
"ขี้กะโหล่ย" เป็นศัพท์วัยรุ่นทั่วไป สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ มักจะมีความหมายเชิงลบ ทำนองว่าไม่เข้าท่า ไม่ได้เรื่อง นิสัยไม่ดี พฤติกรรมแย่ เป็นที่รังเกียจ ไม่ควรเข้าใกล้ อย่าไปคบหา ชอบเอาเปรียบ เห็นแก่ได้ ฯลฯ ตัวอย่างเช่น "ไอ้ลองมันขี้กะโหล่ย หน้าพระใจมาร กูไม่อยากสุงสิงกับมันหรอก" หรือ "ไอ้ลิ้มขี้กะโหล่ยโดนตำรวจจับไปเมื่อวานฐานปากดี" หรือ "ม็อบพันธมารขี้กะโหล่ย หลอกขายเสื้อยามเผาแผ่นดิน" ฯลฯ
เด็กใหม่ในเมือง
แม้ว่าช่วงนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงตกต่ำของวงการดนตรีไทย ด้วยยอดขายของซีดีที่นับวันจะต่ำเตี้ยติดดินลงทุกที แต่ถ้าเรามองกันถึงเนื้องาน ในช่วงสี่เดือนแรกของปีนี้มีงานที่น่าสนใจออกมาหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานของภูมิจิตที่ผมพูดไปถึงเมื่อคราวที่แล้ว, โปรเจ็กต์โฟล์คของคุณมาโนช พุฒตาลที่เริ่มต้นด้วยซิงเกิ้ล “อยู่อยุธยา” (ทั้งนี้ไม่นับรวมถึงงานที่ผมสนใจด้วยความลำเอียงล้วนๆ อย่างอัลบั้มใหม่ของโฟร์ – มด... แหม ก็น้องมดเขาน่ารักนี่ อิอิ...)รวมถึงงานชิ้นนี้ที่ผมจะพูดถึงในครั้งนี้ด้วยผมกำลังจะพูดถึงอัลบั้ม “ต้นฉบับเสียงหวาน” ของ “สวีทนุช” ครับ
รวิวาร
เหมือนความต้องการไม่รู้จบ ... ยามเช้า จะดีเสียกว่า หากปราศจากเสียงจากหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน ฉันต้องการเพียงสรรพสำเนียงยามเช้า ที่ผู้เป็นเอกคือเหล่านกน้อย โดยเฉพาะนักร้องนำดุเหว่าแห่งวงมโหรีไม้ใหญ่ เจ้านกส่งเสียงเซ็งแซ่ เริงร่า มีชีวิตชีวาทุก ๆ เช้า เริ่มรุ่งอรุณอันสดใหม่ แล้วที่เหลือจากนั้น ขอเพียงเสียงแผ่ว ๆเคล้าระคนจากชีวิตน้อยใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ตามคบไม้ พงหญ้า ท้องฟ้าจะได้ค่อย ๆ ซ่านแสงสี ดวงตะวันจะได้เผยโฉมออกมาโดยปราศจากคนรบกวนเมื่อแรกเห็น เราดีใจว่าที่นี่ไม่เปลี่ยวร้างเกินไป ถนนเงียบสงบลาดผ่าน ทอดตัวไปตามหมู่ไม้ ไกลไปจนถึงเนินเขา มาบัดนี้ เมื่ออยู่อาศัยกลับกลายเป็นว่า จิตใจยิ่งโหยหาความสงัด ต้องการมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่มีผู้คน รถราผ่านเลยคงดี ฉันอดประหลาดใจความรู้สึกพิลึกพิลั่นของตนไม่ได้ สัญชาตญาณไพรหรืออย่างไรกัน ก่อนหน้านี้ เรามาค้างอ้างแรม ยามที่ยังไม่มีบ้าน กางเต็นท์ ก่อกองไฟ อยู่กับราตรีกาลเหมือนที่มนุษย์แต่ก่อนเคยทำ รอบกายมีเพียงความมืด ท้องฟ้าดุจผืนผ้าพรายดาวคลี่สะบัดอยู่เบื้องบน ที่ราบดินดอนร้างผู้คน เปล่าเปลี่ยวบริสุทธิ์ สรรพสำเนียงหลายร้อยพันแสดงอาการแห่งชีวิตอยู่ใกล้ไกล ยิ่งมืด ยิ่งเปลี่ยว สงัด หัวใจยิ่งกระปรี้กระเปร่า ใคร่ลุกขึ้นกู่ร้อง หรือห้อตะบึงไปเยี่ยงสัตว์ป่า ในตัวเราคงมีธาตุเดียวกันกับหริ่งหรีด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ หรือสัตว์กลางคืนแห่งป่าไพร.....................................................................................
กวีประชาไท
อ่านบทกวีชิ้นนี้ทำให้มองเห็นภาพสังคมการเมือง ที่แปรผันอยู่เบื้องหน้าอยู่ลิบๆ หรือว่าสังคมคือความสับสน หรือว่าการเมืองคือความเลวร้าย โดยมีประชาชนเป็นเดิมพัน และทำให้นึกถึงถ้อยคำของเมล็ดพันธุ์เถื่อนนาม ‘ไวล์ดซี๊ด’ ที่บอกเล่าว่า...ทุกวันนี้ เรากำลังล้างไฟด้วยไฟ ไม่ได้ยอมรับความคิดต่าง มองฝ่ายตรงข้ามคือศัตรู
กิตติพันธ์ กันจินะ
มาริยา มหาประลัย1“ขอโดลเช่ เดอ ลาเช่ ขนาดกลางแก้วหนึ่งค่ะ เพิ่มกาแฟอีกชอตและะ No whip cream ค่ะ อ้อ! ขอแบบไลท์ด้วยนะคะ Low Calories ด้วย ขอบคุณค่ะ” เฮือก! โล่งอก! ฉันพูดประโยคยาวยืดนี่จบซะที! จะมีใครรู้ไหมนะว่าฉันต้องฝึกพูดคำว่า “โดลเช่ เดอ ลาเช่” มาตั้งกี่ครั้งกว่าจะมาเสนอหน้าสั่งกาแฟชื่อประหลาดอย่างคล่องปากนี่ได้ แต่คริๆ...คงไม่มีใครรู้หรอก เพราะฉันวางมาดดีไม่มีหลุดราวกับเรียนการแสดงจากครูแอ๋วมาเสียขนาดนี้ ใครๆก็ดูแต่เปลือกกันทั้งนั้นแหละเธอ! เอาล่ะ สะบัดบ๊อบไปนั่งรอกาแฟได้แล้วย่ะยัยมาริยา อ๊ายส์! จ่ายเงินก่อนสิยะเธอ!! ฉันใช้ริมฝีปากที่ทาลิปสติค Christian Dior อย่างบรรจง ค่อยๆ ดูดกาแฟ Starbucks ราคาเฉียดสองร้อยบาททุกหยาดหยดในมืออย่างเนิบช้า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ต้องกำซาบรสชาติกาแฟแถมยังต้องประคองจริตในเวลาเดียวกัน “ต๊าย! เริ่ด! นี่มันคือการจุมพิตกันระหว่างสองแบรนด์ดังระดับโลกจากปาริเซียงและซีแอตเทิลเชียวนะเนี่ย!” ฉันรำพึงในใจอย่างหมั่นไส้ตัวเอง ชิ!
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
น้องชายอย่าสิ้นคิดสิ้นหวังให้มากนักไปเลยโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่โลกนี้ทั้งโลก...ไม่ได้มีแต่คนเลวและความชั่วร้ายอย่างที่น้องชายประณามและสิ้นหวังหรอกโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่มากมายมองดูสิเห็นไหมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในโลกถึงขั้นทำลายล้างชีวิตมนุษย์อย่างมโหฬารไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกันหรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ณ ซีกใดในโลกนี้เราจะเห็นคนดีและความดีของพวกเขาที่ทำให้โลกนี้...เป็นโลกที่น่ารักน่าอยู่น่าอาศัยปรากฏตัวออกมาจากทุกหนทุกแห่งจากทุกชาติทุกภาษาจากทุกซอกทุกมุมของโลกเพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แด่เพื่อนมนุษย์ที่ประสบกับโศกนาฏกรรมอันใหญ่หลวงใช่หรือมิใช่ทุกครั้งที่โลกเกิดวิกฤตการณ์เช่นนี้พวกเขาจะพากันหลั่งไหลออกมาคนแล้วคนเล่าพวกแล้วพวกเล่ามากมายราวกับสายน้ำที่หลั่งไหลไม่รู้จักเหือดแห้งจนบางครั้งเราเกือบเผลอคิดไปว่าโลกนี้ทั้งโลก...นอกจากนักการเมืองที่คอยแต่ทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงอำนาจกันและคอยแต่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองกับพวกพ้องโดยไม่แยแสสนใจความทุกข์สุขของประชาชนที่กำลังจะอดตายเพราะข้าวยากหมากแพงคนทุกคนในโลกนี้...ล้วนแล้วแต่เป็นคนดีด้วยกันหมดทุกคนน้องชายอย่าสิ้นคิดสิ้นหวังให้มากนักไปเลยโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่ยังมีอยู่และมีอยู่มากมายมองดูสิเห็นไหมวันนี้พวกเขาพากันหลั่งไหลออกมาอีกแล้วออกมาเพื่อช่วยซับน้ำตาให้กับประชาชนชาวพม่าและชาวจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่ที่ประสบกับมหันตภัยธรรมชาติจากพายุร้ายและแผ่นดินไหวที่ทำให้ผู้คนบาดเจ็บและล้มลงตายในทันทีทันใดนับเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน...มองดูสิเห็นไหมคนดีและความดีที่ทำให้โลกนี้น่ารักน่าอยู่น่าอาศัย-ยังมีอยู่มากมายใช่ เพราะการมีชีวิตอยู่...เป็นเรื่องที่ยากแสนยากพวกเขาจึงเป็นคนที่มีคุณค่าความหมาย-ที่เราจะต้องมองหาให้พบเพื่อเป็นพลังแห่งความรักและศรัทธาในการมีชีวิตอยู่แต่ถ้าเธอยังมองเห็นโลกแต่ด้านที่เลวร้ายแม้แต่พระเจ้าก็คงช่วยอะไรเธอไม่ได้.20 พฤษภาคม 2551กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
เงาศิลป์
มันคงเป็นเรื่องเล่าที่ชวนพิศวง ฉันคงสงสัยว่ามันมีความจริงปนอยู่สักเท่าใด หากไม่ได้ถูกบันทึกไว้ด้วยมือของฉันเองภาพในอดีตเมื่อยี่สิบปีที่แล้วฉันเห็นตัวเองเกาะแน่นอยู่บนอานรถมอเตอร์ไซค์ที่ไต่ไปตามคันนาเล็กๆ คนขับชำนาญทางเป็นอย่างดี เพราะไม่เช่นนั้นอาจได้ลงไปนอนแช่น้ำในผืนนากันทั้งคู่“พี่หวาด” เป็นหมอยาพื้นบ้านและเป็นเพื่อนร่วมงานของฉัน แกทำหน้าที่เป็นสารถีรวมทั้งเป็นเนวิเกเตอร์ในการไปพบเจอกับแหล่งข้อมูล และนั่นคือที่มาของเรื่องราวที่เหลือเชื่อ ที่หลงเหลือไว้ให้ฉันหยิบจับขึ้นมาอ่านซ้ำอย่างประหลาดใจไม่น่าเชื่อว่าฉันจะเคยพบเจอกับบุคคลที่มีบุคลิกพิเศษมากมาย ปัจจุบันเขาเหล่านั้นลาจากโลกนี้ไปแล้ว เหลือไว้เพียงตำนานแห่งการรักษาด้วยหัวใจและคุณธรรม ไม่ว่าจะเป็นหมอยาสมุนไพร หมอนวด หมอเป่าใช้คาถา หมอลำผีฟ้า หมอเหยา(หมอลำผีฟ้าของชาวภูไท) และหมอดู
Carousal
คุณชอบฟังดนตรีคลาสสิคหรือเปล่าคะ?ถ้าพูดถึงการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิค คงมีหลายคนนึกถึงการ์ตูนที่กลายมาเป็นซีรีส์เรื่องดัง อย่าง Nodame Cantabile (วุ่นรักนักดนตรี) แต่วันนี้ ฉันจะมาชวนคุณคุยถึงการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะไม่ดังเท่า แต่ก็เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจของนักอ่านหลายคนเลยละค่ะ Piano-no Mori (ป่าแห่งเปียโน)