Remember : ความทรงจำของความจริง

Remember : War of the Son เพิ่งออกอากาศจบไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยเรตติ้งทั่วประเทศเกาหลีใต้ที่สูงกว่าร้อยละ 20 

เด็กมัธยมปลายที่โตมากับพ่อที่รอดจากอุบัติเหตุรถยนตร์มาด้วยกัน ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากอีกครั้ง เมื่อพ่อของเขาถูกกล่าวหาว่า ผู้กระทำความผิดฆ่าและข่มขืนนักศึกษาที่บ้านอยู่ถัดไปกันไม่กี่หลัง มีแต่เขาเท่านั้นที่เชื่อว่าพ่อไม่ได้ทำความผิด และวิ่งเต้นหาทนายความที่ได้ชื่อว่า เป็นทนายความผู้ไม่แพ้ เพื่อมาแก้ต่างคดีให้ และหวังเพียงแต่ว่า พ่อของเขาจะพ้นจากข้อกล่าวหา และกระบวนการยุติธรรมจะช่วยยืนยันและประกาศต่อสาธารณะชนว่าพ่อเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นเหยื่ออีกรายจากความตายของเพื่อนบ้าน แต่ความพยายามของเขาก็ไร้ผล กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ทำงานเพื่อค้นหาความจริง พ่อของเขาถูกพิพากษาให้เป็นผู้กระทำความผิด ต้องรับโทษประหารชีวิต

ซอจินอูจึงตัดสินใจเดินเข้าสู่โรงเรียนกฎหมายเพื่อเป็นทนายความ สำหรับพ่อของเขาโดยเฉพาะ 

เพื่อนบ้านอีกคน, อีอินอา รุ่นพี่ที่รับรู้ความจริงและชะตากรรมของซอจินอูและพ่อ ที่กำลังเรียนกฎหมายอยู่ ก็ตั้งใจว่า เธอจะต้องเป็นอัยการ และต้องเข้ามารื้อฟื้นคดีอาญาเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

กระบวนการยุติธรรม ถูกแทรกด้วยอิทธิพลทางการเงินและการเมืองของแชร์โบลที่นัมกยูมันเป็นทั้งทายาทและเป็นผู้กระทำความผิด ที่สามารถใช้ทั้งอิทธิพลบีบบังคับได้ตั้งแต่นักสืบจนถึงผู้พิพากษาที่จะให้คำตัดสินสำหรับคนที่ไม่สมยอม ซึ่งแน่นอนว่าเงินที่เขาพร้อมจ่ายเพื่อแก้ปัญหามีไว้สำหรับนักกฎหมายทุกคนที่พร้อมรับใช้

ไม่ว่านัมกยูมันและเพื่อน จะทำความผิดร้ายแรงขนาดไหน เขาก็จัดการได้เสมอ จนวันหนึ่งที่ซอจินอูกลับมาอีกครั้ง พร้อมฐานะใหม่

การรื้อฟื้นคดีอาญาของพ่อไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้ร่มเงาอำมหิตของนัมกยูมันและพ่อ ซอจินอูจึงเริ่มต้นด้วยการรับว่าความให้กับผู้คนที่ถูกอิลโฮกรุ๊ปใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายคนเหล่านั้น ในท้ายที่สุด บรรดาความผิดทั้งหลายที่นัมกยูมันและพ่อทำไว้ก็ถูกประจานกลางศาลด้วยความจริง อย่างที่ไม่อาจจะต้านทานความไม่พอใจของสังคมได้ 

เรื่องจบอย่างสวยงามและโรแมนติค แต่นี่ก็คือละคร

ย้อนกลับมาดูเรื่องจริงใกล้ๆ ตัวกันบ้าง 

ในช่วงเวลาที่กระบวนการยุติธรรมของรัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดคนเห็นต่างจากระบอบการปกครองโดยคสช. ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร้ายแรงที่คสช.ตั้งขึ้น มีทนายความเพียงไม่กี่คนทีรับว่าต่างแก้คดีให้ ตามหลักของโลกสมัยใหม่ในกระบวนการยุติธรรมที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยเฉพาะในคดีอาญา ทนายความนับว่าเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในนามของรัฐ เหมือนๆ กับเจ้าพนักงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ต่างก็ตรงที่มาตรฐานที่แต่ละหน้าที่ต้องรักษากำกับไว้ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการจะประกันสิทธิแก่ทุกฝ่ายและได้มาซึ่งความจริงในศาล

ในความจริง เราไม่ได้มีความโรแมนติคหรืออุดมการณ์ชวนฝันถึงขนาดในละคร เพราะการปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมายและตามหลักวิชาชีพทุกประการ องค์กรที่เรียกร้องมาตรฐานประการนี้กับผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับตนก็ยังนิ่งเงียบไม่ไหวติง ราวกับรับโดยสภาพว่า องค์กรวิชาชีพทนายความเป็นกลไกปกป้องระบอบเผด็จการ และกำจัดทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของบุคคลได้อย่างเลือดเย็น ด้วยการลืมศักดิ์ศรีและมาตรฐานที่พยายามเรียกร้องเอากับผู้อื่นเสมอมา

ความจริงมันจะถูกจดจำเอาไว้ และมันจะหวนกลับมาหลอกหลอนเราไปตลอด

ฮิลโฮกรุ๊ปล่มสลายเพราะลืมไปว่า สิ่งที่อยู่เหนือกฎหมาย มันคือความจริง ความจริงมันก็จะดำรงอยู่อย่างนั้น พ่อของซอจินอูไม่ได้ฆ่าใครตาย นักสืบ อัยการ ทนายความและผู้พิพากษาบางคนยอมขายตัวเองให้กับอิทธิพล

ความทรงจำของซอจินอูอยู่ติดตัวมาตลอดจนถึงวันที่เรียกคืนความเป็นธรรมสำเร็จ

ในบรรยากาศบ้านเมืองแบบนี้ เราได้เพียงแต่จดจำว่าความอยุติธรรมในนามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายมันคืออะไร และเราจะเอาคืนกลับมาอย่างไร เมื่อถึงเวลา

 

 

Witch’s Court : #metoo กับผู้ที่ไม่เข้าถึงความเป็นธรรมทางเพศ

เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน กระแสความเคลื่อนไหว #metoo ในเกาหลีใต้ ได้มาถึงจุด "พีค" ของการชุมนุมและรณรงค์เรื่องการยุติความรุนแรงและการคุมคามทางเพศในเกาหลีใต้ เพราะนักการเมืองดาวรุ่งในฝั่งพรรคประชาธิปไตย, อัน ฮี-จุง ถูกเปิดเผยพฤติกรรมการกระทำความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คือ คิม จิ-อั

Save me : การปลดแอกตนจาก"ศาสนา"กับความเป็นปัญหาในรัฐฆราวาส

ความเชื่ออื่นนอกเหนือลัทธิขงจื่อแบบโชซอนถูกกำจัดโดยองค์รัฐาธิปัตย์มาโดยเสมอ แม้แต่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการนับถือพุทธศาสนาของเหล่าบรรดาขุนนางมาป้ายสีเพื่อล้มล้างอำนาจทางการเมืองของฝ่ายตรงกันข้าม เป็นเรื่องที่เกิดโดยตลอดภายใต้ความเป็นรัฐศาสนาจารีตแบบเต็มตัว ปลายยุคสมัยแห่งราชวงศ์โชซอนเองก็ได้เกิดโศกนา

I Can Hear Your Voice : เสียงที่เงียบจนแสบแก้วหู

จางฮเยซอง เป็นทนายความที่ได้รับการคัดเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของทนายความแห่งรัฐ ( Public Defender ) เพราะพูดความจริงต่อคณะกรรมการสัมภาษณ์ว่า เธออยากเป็นทนายความที่ได้รับเงินเดือนประจำจากรัฐ อย่างที่ไม่ต้องทำงานหนักอย่างอัยการและไม่ต้องกังวลเรื่องรายรับที่ไม่แน่นอนจากการที่เป็นทนายความอิสระ 

Whisper : เสียงกระซิบที่เงียบจนแสบแก้วหูและราคาจ่ายที่แพงเกินจริงสำหรับความจริง

ชินยองจู เชื่อมั่นว่าความจริงจะพิชิตความเท็จได้ ในฐานะของลูกสาวของพ่อและในฐานะนักสืบของประชาชน การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในข้อกล่าวหาที่พ่อของเธอต้องตกเป็นฆาตกรด้วยพยานหลักฐานและคำเบิกความที่เสนอต่อศาล จะเป็นเสียงที่ดังและทรงพลังพอที่จะทำให้ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผู้พิพากษ