Skip to main content

องค์ บรรจุน

“มอญอะไร นุ่งผ้าถุงลายนี้ มีผ่าหลังด้วย มอญเค้าไม่มีกันหรอก” นักวิชาการมหาวิทยาลัยเปิดแถวเมืองนนท์ชี้ให้ดู

“มอญของแท้ต้องโสร่งแดง นุ่งลอยชายแบบพระประแดงนั่นน่ะมอญแปลง เอาแบบกรมศิลป์มาใส่...” พิธีกรสุดเริ่ดดอกเตอร์หมาดๆ รายการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ข้างตำราพูดเสียงยาว

แล้วยังจะอีกพะเรอเกวียน ตำหนิ ติ บ่น ก่น ด่า ถากถาง ตั้งความฝัน คาดหวังให้เป็น ขีดเส้นให้ตาม

- - - - - - - - - - -

ong_20080530-002631.jpg
จิตรกรรมฝาผนังวัดบางแคใหญ่ สมุทรสงคราม สมัย ร. 2
เป็นภาพสาวมอญนุ่งผ้าแหวกผ่านกลุ่มชายหนุ่ม และถูกเกี้ยวพาราสี

“หลวงพระบางไม่บริสุทธ์เหมือนเก่าแล้ว...”
“เดี๋ยวนี้คนลาวดูแต่โทรทัศน์ไทย ใช้สินค้าของไทย...”
“ควรอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวม้งเอาไว้ ไม่ควรนุ่งยีนส์ และติดจานดาวเทียมบนหลังคาบ้าน...”
“พวกพม่ามันแต่งตัวเดินตลาดยังกะอยู่บนแคทวอล์ค…”

เหม็นเบื่อนักท่องเที่ยวที่ไม่ดูสภาพตัวเอง สมเพชกับนักวิชาการที่ชอบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของตน เอาทฤษฎีมาจับ ไปไหนมาไหนก็มีเข่งวางรอบตัว ติดป้ายชื่อแต่ละเข่ง เป็นต้นว่า สตรีนิยม ฝ่ายซ้าย อนุรักษ์นิยม ท้องถิ่นนิยม โพสท์โมเดอร์น เฟมีนีสต์ โรยัลลิสต์ มาร์คซีส (อยากมีภาษาต่างประเทศเอาไว้ในวงเล็บเหมือนกันแต่จนปัญญา) มากมายร้อยแปดเข่ง เห็นใครก็ตั้งหน้าตั้งตาจัดที่จัดทางให้เขาลงเข่งแต่ละใบที่ตัวเองหอบฟางไปไหนต่อไหนด้วยเสมอ

นักท่องเที่ยว (ชะโงกทัวร์) และนักวิจัย (งบกลางปีเหลือ) แบบแบกะดิน ลองได้ไปท่องเที่ยวหรือลงสนามเก็บข้อมูลเมื่อไหร่เมื่อนั้น ชอบมองชาวบ้านแบบจับผิด ทั้งที่ตัวเองก็ไม่หลงเหลือตัวตนความเป็นอะไรสักอย่าง ไม่มีความชัดเจนในพื้นเพชนเผ่าอะไรสักสิ่ง แต่พอไปถึงบ้านเขาแล้วตั้งความหวังสูงส่ง ตั้งใจอยากจะเห็น อยากให้เขาเป็น แบบที่เป็นไปไม่ได้ (โรคจิตอ่อนๆ เห็นใครดักดานแล้วมีความสุข) เมื่อไม่ได้อย่างใจก็สำรอกโวยวาย “ของปลอมทั้งนั้น” บ้างก็ว่า “จัดแบบ ททท.”

ong_20080530-002719.jpg
จิตรกรรมฝาผนังวัดบางน้ำผึ้งนอก พระประแดง สมุทรปราการ
เป็นภาพสวามอญนุ่งผ้าแหวกเห็นหว่างขา

ไม่รู้คนพวกนี้เป็นยังไงถึงชอบถือสิทธิ์ตีกรอบให้เขาอยู่ บังคับกะเกณฑ์ให้เขาเป็นเหมือนไม้แคระในกระถาง ไม่ให้ตายแต่ห้ามโต ทั้งที่วัฒนธรรม ผู้คน วิถีชีวิตยุคไหนๆ มามันก็ต้องเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนถ่าย เติบโต ลื่นไหลไปมาด้วยกันทั้งนั้น นักวิจารณ์ก็เถอะ ตาชั้นเดียวบ้าง คางเหลี่ยมบ้าง ผมหยิกหย็อยบ้าง ผิวตกกระบ้าง ทำไมใส่สูทกินแฮมเบอร์เกอร์ได้ แล้วมีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้ผู้คนส่วนอื่นๆ มีชีวิตอยู่แบบเมื่อพันปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลอะไร ในเมื่อวัสดุ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมมันเปลี่ยนไป  ชีวิตก็ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ หากเป็นอย่างไดโนเสาร์ ที่สมมุติว่ามันกินแต่ผักคะน้าที่ออกดอกสีรุ้งกลางทุ่งหญ้าสะวันน่า พอถึงวันที่ผักคะน้ากลางทุ่งหญ้าสะวันน่าสูญพันธุ์ มันก็ต้องตายตามไปด้วย เพราะไม่รู้จักปรับตัวกินอย่างอื่น ใช้อย่างอื่น กระนั้นหรือ

ong_20080530-002730.jpg
การแต่งชุด 'ลอยชาย' ของชาวมอญพระประแดง

ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะเรื่องการแต่งกายของคนมอญเป็นตัวอย่าง กรณีนักวิชาการ นักวิจารณ์ และนักท่องเที่ยว ที่ชอบฝันกลางแดดหลับตาเห็นแต่สังคม “ยูโทเปีย” มาพอเป็นสังเขป นักวิชาการเหล่านี้คาดหวังจะเห็นคนมอญอย่างเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทั้งที่เป็นไปไม่ได้ รวมทั้งเธอผู้นั้นก็คงจะทำการบ้านมาน้อยเกินไป เรื่องลวดลายผ้า ที่มีการลอกเลียนกันไปมา ตามธรรมดาของผู้หญิงเมื่อเห็นสิ่งใดสวยก็อดจะเอาอย่างกันไม่ได้ รวมทั้งวิธีการนุ่งห่มเรื่องการผ่า การแหวกให้เห็นขาขาวๆ นั้น ที่เธอว่า “มอญอะไร นุ่งผ้าถุงลายนี้ มีผ่าหลังด้วย มอญเค้าไม่มีหรอก” ก็มอญเขาทำกันมานานแล้ว ไปอยู่ที่ไหนมา ทำเป็นตื่นเต้นไปได้ ในนิราศพระบาทของสุนทรภู่ ได้กล่าวไว้ว่า

พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก
ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง
ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง
เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง
ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น
เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง
เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง
ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี

ด้วยชนชาติมอญนั้นอาภัพ มีแต่อารยธรรมไม่มีประเทศ นุ่งผ้าถุงผ่าหน้ามาก็หลายร้อยปีกู้ชาติไม่สำเร็จ ลองผ่าหลังดูบ้างมันจะเป็นไรไป เผื่อจะกู้ชาติสำเร็จบ้าง

ong_20080530-002740.jpg
ห่อผ้าผีของชาวมอญบ้านดอนกระเบื้อง ราชบุรี

พิธีกรดอกเตอร์หมาดๆ หัวเสียกับการนุ่งผ้าลอยชายของคนมอญพระประแดง (คล้ายโจงกระเบน แต่ไม่เหน็บข้างหลัง ปล่อยชายให้ห้อยรุ่ยร่ายข้างหน้า) “มอญของแท้ต้องโสร่งแดง นุ่งลอยชายแบบพระประแดงนั่นน่ะมอญแปลง เอาแบบกรมศิลป์มาใส่...” อ้าว คนมอญเขาก็มีสมองนี่นา เสื้อผ้า หน้าผม ศิลปวัฒนธรรมมันก็ประยุกต์กันได้ หากพบเจออะไรที่เข้ามาใหม่และเห็นงามก็รับเข้ามา จริงอยู่ของเก่าเมื่อพันปีที่แล้วก็ยังเก็บไว้ แต่ของใหม่ก็ต้องพัฒนา ดูอย่างชุดไทยเป็นไร ยังมีชุดไทยสุโขทัย ชุดไทยอยุธยา ชุดไทยจักรี (การนุ่งโจงกระเบนเป็นการแต่งกายของไทย ทั้งที่เอามาจากเขมร) แต่แท้ที่จริงแล้ว ต้นแบบการแต่งกายของมอญซึ่งคนไทยรับเอามาอีกทอด ก็เชื่อว่ามีต้นแบบมาจากการนุ่งห่มส่าหรี การนุ่งผ้าของพราหมณ์  หรือที่เห็นชัดเจนก็คือ การนุ่งสบงของพระภิกษุสามเณรในพุทธศาสนาของเราทุกวันนี้ ซึ่งน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นวิธีการนุ่งผ้าแบบเก่าแก่ที่สุดในสุวรรณภูมิก็ว่าได้ หากอยากเห็นภาพชัดเจนก็ลองเข้าไปในปราสาทพระเทพบิดร ดูรูปปั้นของรัชกาลที่ 1-3 ก็จะพบว่าฉลองพระองค์ของพระองค์ท่านเป็นอย่างไร

การที่นักวิชาการท่านนี้เชื่อว่าชุดมอญแท้ต้องแบบมอญสังขละ โสร่งแดงผ้าถุงแดงสวมเสื้อขาว ชุดที่ว่านี้นายแพทย์อองมานเพิ่งคิดขึ้นเมื่อราว 40 ปีที่แล้วนี่เอง เพราะศิลปวัฒนธรรมมอญในพม่าถูกพม่าเอาไปใช้จนหมดสิ้นเอกลักษณ์ นายแพทย์อองมานซึ่งยังเป็นนักศึกษาอยู่ในขณะนั้น (พ.ศ. 2513) เลยชักชวนเพื่อนๆ สำรวจหมู่บ้านมอญ ค้นหาสีสันลายผ้าในห่อผ้าผี ซึ่งก็พบว่าผ้าผีทั้งหมดเป็นสีแดงลายตารางหรือลายหมากรุก ทั้งที่ตามความเชื่อของมอญในเมืองไทยแล้ว ข้าวของผ้าผ่อนทุกชนิดที่เป็น “สีแดง” นั้นห้ามนุ่งห่มและแจกจ่ายแก่ผู้ใดโดยเด็ดขาด เพราะเป็นสีที่ผีปู่ย่าตายายสวมใส่และหวงแหน หากไม่เชื่อถือดื้อรั้น ผู้สวมใส่และแจกจ่ายอาจต้องป่วยไข้ไม่สบายได้

ong_20080530-002750.jpg
ชุดโสร่งและผ้าถุงสีแดงที่ชาวมอญเมืองมอญ (ประเทศพม่า) คิดค้นขึ้นใหม่

เมื่อความเชื่อเรื่อง “สีแดง” และ “ข้อห้ามในการนับถือผีปู่ย่าตายาย” ในหมู่ชาวมอญเมืองมอญ (ประเทศพม่า) หายไป มีการคิดค้นออกแบบเครื่องนุ่งห่มขึ้นมาสวมใส่ เผยแพร่จนติดตลาด และสามารถหลอกนักวิชาการให้หลงเชื่อได้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดี ในเมื่อมันแสดงให้เห็นว่าสติปัญญาและศิลปวิทยาการของมอญไม่ได้หยุดนิ่ง กลับมีพลังเคลื่อนไหวและพัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา แต่ขอเถอะช่วยตั้งสติสักหน่อย ไม่อยากให้ผีมอญต้องนอนละเมอ เพราะการไม่เข้าใจที่มาและวิธีการสวมใส่ ทำให้หนอนน้อยของนักวิชาการลีบแบนติดโสร่งสีแดง

บล็อกของ องค์ บรรจุน

องค์ บรรจุน
องค์ บรรจุนเราต่างเกิดมาพร้อมข้อมูลส่วนบุคคล สามารถสืบย้อนโคตรวงศ์กลับไปได้ไม่รู้จบ ผิวพรรณ ฐานะ และเชื้อชาติของผู้ให้กำเนิดย่อมเป็นข้อมูลที่เกิดรอล่วงหน้า เป็นมรดกสืบสันดานมาต่อไป ส่วนศาสนาและการศึกษาถูกป้อนขณะอยู่ในวัยที่ยังไม่อาจเลือกเองเป็น หลังจากนั้นหากต้องการแก้ไขก็ทำได้เองตามชอบ ศัลยกรรมทำสีผิว ผ่าตัดแปลงเพศ หรือแม้แต่เปลี่ยนศาสนา กระทั่งสัญชาติก็เปลี่ยนกันได้ ยกเว้น “เชื้อชาติ” ที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยน ในงานเสวนา “มอญในสยามประเทศ (ไทย) ชนชาติ บทบาท และบทเรียน” เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ กล่าวถึงความล้าหลังคลั่ง “เชื้อชาติ” ว่า…
องค์ บรรจุน
ภาสกร อินทุมาร ๑ จำได้ว่าเมื่อตอนที่ผมริเป็นนักดนตรีไทยใหม่ๆ ในวัยเด็ก และได้ฟังเพลง “ราตรีประดับดาว” เป็นครั้งแรกนั้น ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ช่างเพราะเหลือเกิน เพราะทั้งทำนองและเนื้อร้อง โดยที่เนื้อร้องมีอยู่ว่า… วันนี้                                 แสนสุดยินดี พระจันทร์วันเพ็ญ ขอเชิญสายใจ                       …
องค์ บรรจุน
ขนิษฐา คันธะวิชัย ข้าพเจ้าทราบข่าวว่าในวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 ได้เกิดพายุไซโคลนนาร์กีส จากอ่าวเบ็งกอร์  อันที่ได้สร้างความเสียหายทางด้านชีวิต และทรัพย์สินแก่ประชาชนชาวพม่า ที่อาศัยอยู่ในเขตตอนล่างของประเทศจีน จนถึงกลุ่มชนมอญ กระเหรี่ยง เป็นจำนวนมากโดยเป็นตัวแทนรัฐบาล ประชาชน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจ และเห็นใจมายังท่าน และประชาชนชาวพม่า จะสามารถฟื้นฟูเขตที่เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติในครั้งนี้ด้วยความเคารพและนับถืออย่างสูงนครหลวงเวียงจันทน์ วันที่ 5 พฤษภาคม 2551  ข้างต้นนี้เป็นสาส์นแสดงความเสียใจที่ฯพณฯท่านบัวสอน บุบผานุวง นายกรัฐมนตรีแห่ง…
องค์ บรรจุน
องค์ บรรจุน“มอญอะไร นุ่งผ้าถุงลายนี้ มีผ่าหลังด้วย มอญเค้าไม่มีกันหรอก” นักวิชาการมหาวิทยาลัยเปิดแถวเมืองนนท์ชี้ให้ดู“มอญของแท้ต้องโสร่งแดง นุ่งลอยชายแบบพระประแดงนั่นน่ะมอญแปลง เอาแบบกรมศิลป์มาใส่...” พิธีกรสุดเริ่ดดอกเตอร์หมาดๆ รายการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ข้างตำราพูดเสียงยาวแล้วยังจะอีกพะเรอเกวียน ตำหนิ ติ บ่น ก่น ด่า ถากถาง ตั้งความฝัน คาดหวังให้เป็น ขีดเส้นให้ตาม- - - - - - - - - - -จิตรกรรมฝาผนังวัดบางแคใหญ่ สมุทรสงคราม สมัย ร. 2 เป็นภาพสาวมอญนุ่งผ้าแหวกผ่านกลุ่มชายหนุ่ม และถูกเกี้ยวพาราสี
องค์ บรรจุน
ภาสกร อินทุมาร๑เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่คนไทยในกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อย่างน้อย ๒ กลุ่ม คือ จีนและมอญ  มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ผูกโยงอยู่กับ “อัตลักษณ์” (identity) ของชาติพันธุ์แห่งตน นั่นก็คือ “วันตรุษจีน” หรือการเฉลิมฉลองการขึ้นปีใหม่ตามคติจีน ที่รวมถึงการรำลึกถึงบรรพชนของตน และ “วันรำลึกชนชาติมอญ” ที่คนไทยในกลุ่มชาติพันธุ์มอญจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารวมตัวเพื่อกันทำบุญให้แก่บรรพชนผู้ล่วงลับ และร่วมกันจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม คนจีนและคนมอญได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในอาณาบริเวณที่เรียกว่าประเทศไทยในปัจจุบันตั้งแต่ก่อนการสถาปนาความเป็น “รัฐชาติ” (nation state) มาเนิ่นนาน…
องค์ บรรจุน
ขนิษฐา คันธะวิชัยอากาศช่วงนี้ช่างร้อนระอุได้ใจยิ่งนัก แม้ว่าฝนจะตกลงมาอย่างหนักในบางที แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หายร้อนแต่ประการใด ร้อนๆ แบบนี้พาให้หงุดหงิดง่าย แต่พ่อฉันมักจะสอนว่า “นี่คือธรรมชาติที่มันต้องเกิด เราต้องเข้าใจธรรมชาติ คนที่ไม่เข้าใจและโมโห หงุดหงิดกับธรรมชาติคือคนเขลา และจะไม่มีความสุข” *******************
องค์ บรรจุน
สุกัญญา เบาเนิดในช่วงเวลาของการแสวงประสบการณ์ ผู้เขียนมีความใฝ่ฝันมานานแล้วว่าครั้งหนึ่งในชีวิตขอให้ได้มีโอกาสทำงานโบราณคดีในภาคเหนือสักครั้ง  ดังนั้น เมื่อราวกลางปีพ.ศ. ๒๕๓๙ ผู้เขียนจึงเดินทางขึ้นเหนือและ เริ่มต้นงานแรกที่จังหวัดลำปาง คืองานบูรณะซ่อมแซมวิหารจามเทวี วัดปงยางคก ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง จากนั้นอีกไม่กี่เดือนเมื่องานที่ลำปางเสร็จสิ้นลง ก็เดินทางต่อมาที่เชียงใหม่ เพื่อทำการขุดศึกษาทางโบราณคดีที่เจดีย์เหลี่ยม หรือ กู่คำ เจดีย์สำคัญของเวียงกุมกาม ตลอดเวลาที่มองเห็นซากปรักหักพังของวัดร้างในเวียงกุมกาม น่าแปลกใจที่ตอนนั้นยังไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับมอญเท่าไรนัก…
องค์ บรรจุน
องค์ บรรจุนวงดนตรีพื้นเมืองของแต่ละชาติย่อมมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แต่กระนั้นวงดนตรีที่อยู่ในภูมิภาคใกล้เคียงกัน ไม่ว่าพม่า มอญ ไทย ลาว เขมร ย่อมมีความคล้ายคลึงกันเพราะต่างได้รับอิทธิพลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะดนตรีมอญกับไทยมีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งเครื่องดนตรีและทางดนตรี เหตุเพราะไทยรับเอาอิทธิพลของดนตรีมอญมาไม่น้อย ในเมืองไทยจึงมีเพลงมอญเก่าแก่หลงเหลืออยู่มากมาย เช่น แประมังพลูทะแย กชาสี่บท ดอมทอ ขะวัวตอฮ์ เมี่ยงปล่ายหะเลี่ย เป็นต้น [1] รวมทั้งครูเพลงมอญในเมืองไทยยังได้มีการแต่งเพลงไทยสำเนียงมอญขึ้นมาอีกมากมาย เช่น มอญรำดาบ มอญดูดาว (เพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) มอญอ้อยอิ่ง มอญแปลง…
องค์ บรรจุน
ขนิษฐา คันธะวิชัยสมาชิกชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพรื่นเริงบันเทิงใจและปลาบปลื้มชื่นชม...เคยมีคนบอกกับฉันว่า ฉันไม่ควรไปร่วมงานวันชาติมอญในเมืองมอญเพราะฉันต้องเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมและความเป็นชนชาติของชาวมอญ จึงทำให้ฉันไม่แน่ใจว่าการใช้คำ “รื่นเริงบันเทิงใจ” หรือ “ปลาบปลื้มชื่นชม” จะเป็นการสมควรหรือไม่ แต่นั่นก็คือความรู้สึกที่ฉันได้รับจากการไปงานวันชาติมอญครั้งที่ 61 ที่จัดขึ้น ณ หมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น (ปะลางเจปาน) ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านมอญที่อยู่นอกพรมแดนประเทศไทย งานวันชาติมอญนี้จัดกันหลายที่ทั่วโลกที่มีชุมชนมอญอยู่ ทั้งในไทย มาเลเซีย เกาหลีใต้ อังกฤษ แคนาดา สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา…
องค์ บรรจุน
ภาสกร อินทุมาร“วันรำลึกชนชาติมอญ” ที่จัดขึ้นทุกปีนั้น ปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒-๓ กุมภาพันธ์ ณ วัดบ้านไร่เจริญผล ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ด้วยความร่วมมือของชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ วัดบ้านไร่เจริญผล และพี่น้องชาวมอญจากหลายๆ พื้นที่ก่อนงานจะเริ่ม พวกเรา-คณะเตรียมงาน ประมาณ ๑๐ คน ได้เดินทางไปยังสถานที่จัดงานตั้งแต่วันที่ ๑ เพื่อเตรียมความพร้อมต่างๆ ตั้งแต่การตกแต่งบริเวณงานด้วยธงราวรูปหงส์ที่พวกเราทำขึ้น, การผูกผ้าและจัดดอกไม้, การตกแต่งเวที, การติดตั้งนิทรรศการเคลื่อนที่, การเตรียมสถานที่สำหรับทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพชนมอญ ฯลฯ…
องค์ บรรจุน
สุกัญญา เบาเนิดและแล้วสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจนได้....เมื่อเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ วันแรกของการจัดงานวันรำลึกชนชาติมอญครั้งที่ ๖๑ ณ วัดบ้านไร่เจริญผล ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดย วัดและชุมชนมอญบ้านไร่เจริญผล ร่วมกับชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงตระหนกของเพื่อนคนหนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบนำข่าวของเช้านี้มาบอก “....เร็วๆมาดู อะไรนี่ ...ยกโขยง มากันเป็นร้อยเลยว่ะ...เต็มวัดไปหมด .....”  ในทันทีนั้นข้าพเจ้าจึงชะโงกหน้ามองจากหน้าต่างชั้นบนของศาลาการเปรียญที่พวกเราอาศัยซุกหัวนอนกันตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อมาเตรียมจัดงาน…
องค์ บรรจุน
องค์ บรรจุน“ทะแยมอญ” เป็นการละเล่นพื้นบ้านของมอญอย่างหนึ่ง สำหรับท่านที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน คงหลับตานึกภาพไม่ออก แต่อธิบายให้ฟังเพิ่มเติมว่า เป็นการแสดงที่ให้อารมณ์คล้ายๆ การแสดงลำตัดของไทย เป็นการร้องโต้ตอบด้วยปฏิภาณกวี มีทั้งเรื่องธรรมและเกี้ยวพาราสีของนักแสดงชายหญิงประกอบวงมโหรีมอญ คนที่ฟังไม่ออกก็อาจเฉยๆ แต่หากเป็นคนมอญรุ่นที่หิ้วเชี่ยนหมากมานั่งฟังด้วยแล้วละก็ เป็นได้เข้าถึงอารมณ์เพลง ต้องลุกขึ้นร่ายรำตามลีลาของมโหรี หรือบางช่วงอาจเพลินคารมพ่อเพลงแม่เพลงที่โต้กลอนกันถึงพริกถึงขิง อาจต้องหัวเราะน้ำหมากกระเด็นไปหลายวาทีเดียวทะแยมอญบ้านเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ถ่ายเมื่อราวปี…