prachataipoet's picture

<p><strong>กวีประชาไท</strong> </p><p>ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า...บทกวีตายแล้ว!! ทว่าอีกหลายคนกลับบอกว่า กวีไม่เคยแล้งแหล่งสยาม และยังคงเชื่อในพลังของกวี ที่หลั่งล้นพลังพุ่งพวยออกมาจากชีวิตและจิตวิญญาณข้างใน ก่อนกลั่นกลายเป็นถ้อยอักษรถ่ายทอดออกมาให้รับรู้ ทั้งความดีงาม ความเลวร้าย จริง ลวง ในความเป็นชีวิตและไร้ชีวิต ในความเคลื่อนไหวและความนิ่งงัน ในวิถีที่พบพาน ในสายธารของความรู้สึก...</p><p>และมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดที่เขียนและอ่านกวี จะทำให้หัวใจของผู้นั้นอ่อนโยนและเข้าใจในชีวิต มนุษย์และสรรพสิ่งมากยิ่งขึ้น ยิ่งในห้วงยามนี้ หัวใจคนเราเริ่มแห้งแล้ง และโลกเริ่มแล้งน้ำใจ บทกวีบางบทตอน อาจทำให้หัวใจเราชุ่มชื้นได้บ้าง</p> <p>&quot;ชุมนุมกวีประชาไท&quot; จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้หลงใหลในรสคำกวี ได้ส่งผลงานกันเข้ามา ไม่ว่าโคลง กาพย์ กลอน หรืองานไร้ฉันทลักษณ์ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานกันได้ที่นี่ โดยสามารถส่งผลงานมา พร้อมแนบ ชื่อ นามสกุลจริง ที่อยู่ หรืออีเมล์ มาได้ที่ pu_prachatai@hotmail.com </p> <p>และขอเชิญชวนผู้อ่านเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นพูดคุยกัน เพื่อให้มีความรู้สึกสัมผัสได้ว่า&hellip; <br />เรา-ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ &quot;ชุมนุมกวีประชาไท&quot; </p>

บล็อกของ prachataipoet

เรือไม้ ความจำนรรจ์ ดอกฝัน โรฮิงยา


หรือโรฮิงยาไม่ใช่คน
...” เป็นคำถามที่เจ็บปวดของชาวโรฮิงญาในไทยเอ่ยออกมาให้สื่อรับรู้ หลังจากพี่น้องของเขาต้องตากแดดลมฝนในเรือไม้ อาศัยลำเรือและคลื่นลมว่าจะพัดไปทางใด ชีวิตพวกเขาหนีมาจากรัฐอาระกันหนีจากความลำบาก อดอยากและถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลทหารพม่ามาสารพัด ล่าสุด,กลสุลพม่าในฮ่องกง ได้แสดงความกักฬขะออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานว่า“โรฮิงญาไม่ใช่คนพม่า คนเหล่านี้น่าเกลียดเหมือน ผีปอบ”

เรือไม้ ความจำนรรจ์ ดอกฝันโรฮิงยา’ ของ ‘วลัญชัย ทูนเปลว’ จึงถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นออกมา ให้ชวนคิดต่อว่า ในท้ายสุด ชีวิตของโรฮิงญาจะล่องลอยไปสู่หนใด!?

กลับมาค้นหาความรักที่หล่นหาย

 

ฤดูกาลความรักหวนกลับมาอีกหน ทว่าหลายคนยังมีชีวิตจ่อมจมอยู่แล้งแห้ง ชีวิตไร้ชีวา หลายคนไขว่คว้าหาความสุข กลับค้นเจอกับทุกข์ หลายคนเสาะหารัก กลับพบเจอรักเสแสร้ง ลวงหลอก ล่องลอยมาแล้วพลัดหาย กลับมาค้นหาความรักที่หล่นหาย' ของ นาโก๊ะลี' พยายามบอกว่า ชีวิตจะงดงามได้ต้องมีความรักที่ต้องฟูมฟักทะนุถนอม

 

 


ภาพประกอบจาก
graphicssoft.about.com/.../Red-Heart.htm

พื้นความรู้สึก

 

 

Photo by : phu_chiangdao

 

ลมโลมไล้เลื่อนร้าง            ยะเยือกหนาว

ล่วงระยิบเดือนดาว             จากฟ้า


แดดเช้าส่องงามพราว         คายตื่น

เหมือนหยดน้ำค้างหล้า        ร่วงไว้วันวัย ฯลฯ


เชิญหัวใจรับสัมผัส             จัดแย้มผลิละอองไหว

เหมือนเผยดอกหมู่ไม้         ในเนื้อดินอันอาทร ฯ


เชิญโคลงกลอนร้อยรับ       ขับให้โลกหมองหม่นร้อน

หนาวโลกใจแรมรอน          สะท้านว้างนึกจัดวาง ฯ


ร้อนโลกอย่างไรหนอ         ย่ำใจท้อย้ำลุกค้าง

คลี่ขุ่นเคลื่อนคลุมพราง       ม่านดวงใจไหวเช้าคืน ฯ


เห่..หาอารมณ์หนึ่ง             โลกให้พึ่งให้ผลัดฟื้น

ยามย่ำก้าวค้ำยืน               ได้นึกกล่อมน้อมอารมณ์ ฯ


ลมเลื่อนโลมลูบไล้            ว้างแว่วในไว้ล่วงถม

โลกพราวประกายชม          เชิญชีพใช้ประกายวัน ฯ


พา..ขวัญดวงใจนี้              ด้วยโลกมีที่รองชั้น

นำความรู้สึกอัน                ว้างวุ่นไหนไว้กลั่นกรอง.


                                      ณรงค์ยุทธ โคตรคำ

 

น้ำตา

มาจากความปวดร้าวในคราวรัก

เมื่อไหมถักป่านทอซอมซ่อค่า

ขาดสะบั้นความหลังครั้งผ่านมา

ทิ้งเพียงหยดน้ำตาพร่าเต็มเตียง

 

มาจากความอ่อนไหวในตัวตน

ความสับสนโอบปีกเกินหลีกเลี่ยง

ไร้แรงเรี่ยวกู่ก้องร้องสำเนียง

หรุบปีกเอียงปรกหน้าอุราร้าว

 

มาจากความน้อยเนื้ออันเตี้ยต่ำ

ที่จองจำจิตใจให้ย่นก้าว

แหงนมองฟากฟ้านภาพราว

ก็เจ็บปวดทุกคราวทุกดาวดวง

 

มาจากแพร่งชีวิตที่ผิดพลาด

ลึกลงในรอยบาดที่ขาดห้วง

ผสานแผลขื่นขมเล่ห์ลมลวง

และจากความหนักหน่วงประดามี

 

มาจากความดีใจในชัยชนะ

หรือความเสียสละในหน้าที่

ความภูมิใจ อิ่มเอม ความเปรมปรีดิ์

หยาดเพราะความยินดีที่เปี่ยมล้น

 

มาจากไหนน้ำตามาจากไหน

หรือจากเมฆก้อนไกลกลั่นไอฝน

มาเพื่อเผยความสุขความทุกข์ทน

เป็นหยดหล่นจากเบ้าเคล้าอารมณ์ ฯ

 

                                                                     ศุภชัย กองประชุม

สงคราม

ในนามของความดีและความจริง

อย่าได้กริ่งเกรงการสัปประยุทธ์

ใยลังเลจับอาวุธขึ้นมาเล่า

สงครามเรียกร้องดวงใจเรามิรู้หน่าย

จิตวิญญาณเราคือการโค่นล้มทำลาย!?

 

ฟังสิเสียงแห่งมโธรรมสำนึก

คำประกาศก้องแห่งยุคสมัย

เราจงมาร่วมก่อสงครามกันเถิด

สงคราม...เพื่อยุติ...สงคราม....

ภราดร

มีหรือสงครามครั้งสุดท้าย

หรือมันมีแต่...สงครามครั้งนี้

หรือมันเป็นแค่...สงครามครั้งก่อนหน้า

หรือมันรอเพียง...สงครามครั้งต่อไป

โอ้ชัยชนะของเรา

คือรอยยิ้มของสงคราม

เครือออน ฟ้อนฟ้า

อวสานของการเริ่มต้น

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล

ไม่ได้ด้วยประชาชน ก็ต้องเอาด้วยศาล

ทั้งยังมีม็อบเส้นดันอันธพาล

หลายสิบนักวิชาการภิบาลพร้อม

 

นักธุรกิจคิดกันลงขันด้วย

ประสานอวยช่วยให้ชื่อไทยหอม

มารุมทุบ ยุบ ๓ พรรค หักจนยอม

ทุกอย่างพร้อมเพื่อสวนสนามดูงามดี

 

ก้มไปเถอะ ก้มหน้าไป ไทยทั้งชาติ

เมืองประหลาดอนาถสิ้นวิ่นศักดิ์ศรี

เหลืออะไรให้ภูมิใจว่าไทยดี

สิทธิ์ เสรี ที่มีมา ถูกคร่าลง

 

จากวันนี้ คงจะมีมาตรฐานใหม่

ไม่ถูกใจรัฐบาลไหนก็ไล่ส่ง

คนเลือกตั้งฟังแล้วอึ้งตะลึงงง

เดินดิ่งปลงลงเข้าคลอง ๒ ธันวา

 

ต้นจั่น

๒ ธ.. ๕๑

หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรครัฐบาลและพรรคร่วมฯ

 

สีของเสื้อ

มีเสื้อเหลืองไม่อยากใส่เสื้อสีเหลือง

กลัวย่างเยื้องไปไหนใครก็ถาม

พันธมิตรหรืออย่างไร ใครก็ตาม

แบ่งนิยามความหมายท้าทายกัน

 

มีเสื้อแดงก็ไม่อยากใส่สีแดง

เดี๋ยวว่าแฝงความหมายคล้ายเยาะหยัน

เป็นแนวร่วมนปก.ขอยืนยัน

โอ้แสบสันต์ลูกกะตาข้าเหลือทน

Pages

Subscribe to RSS - บล็อกของ prachataipoet