มหาลัยเลี้ยงโจร การเมืองปัญญาชน และร้านหนังสือที่หายไป

1

ไม่รู้จะกล่าวถ้อยคำใดไปมากกว่าเตือนตัวเองให้มีสติย้ำคิดอยู่เสมอต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ขัดกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยในปัจจุบัน อย่างมากที่สุด การแสดงความเป็นธรรมต่อเหยื่ออธรรมในพื้นที่และแสดงความเป็นศัตรูต่อความรุนแรงทุกรูปแบบ คือความเป็นธรรมที่พึงกระทำแก่กันได้โดยไม่เลือกฝ่าย ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ที่ปรากฏอยู่รายล้อม ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามไปโดยง่าย ด้วยกับดักมายาที่เราสร้างขึ้น ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ และแม้ว่าฉันไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ อย่างมาก ฉันก็ไม่อาจเอ่ยถึงสิ่งที่ฉันไม่เคยรู้และไม่อาจรู้ และสำหรับข้อเขียนนี้ก็เป็นเพียงการปริทัศน์ในการรับรู้ของตัวเองจากช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

'มหาลัยนั่นเลี้ยงโจร' ลุงคนขับรถกล่าวขึ้นโดยอ้างจากเสี่ยงร่ำลือของคนอื่นอีกทอด ขณะที่ฉันกำลังไถ่ถามรุ่นพี่ท่านหนึ่ง เราคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ ..ปัตตานี เมื่อช่วงสายของวันเดียวกันที่ฉันยังคงรอเที่ยวบินเที่ยงจากสนามบินดอนเมืองไปหาดใหญ่ เราไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นที่ปัตตานี จนกระทั่งเราลงจากเครื่อง วิวาทะที่ประปรายบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง

 

ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ลุงกล่าวมีความจริงและคงความเท็จไว้แค่ไหน กระนั้น ผมคิดว่านั่นคือความรู้สึกที่เข้าใจบนฐานบางอย่าง คำถามต่อไปคือแล้วทำไมนักศึกษาจำนวนหนึ่ง จึงถูกเข้าใจว่าเป็นโจร ตลอดจนที่ว่ามหาลัยต้องรับคำครหาที่ว่าเลี้ยงโจร ก็คิดว่าคงไม่ต่างจากกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยถูกกล่าวหาว่าบ่มเพาะพวกล้มเจ้า

 

ภาพความรู้สึกเกลียดที่ถูกบ่มเพาะ เป็นสิ่งที่น่ากลัว ผลของมันคือการลงเอยด้วยการกรีดฆ่าความเป็นคนลงได้อย่างเลือดเย็น

 

2

ครั้งหนึ่ง รุ่นน้องที่พอรู้จักมักคุ้นเกิดการวิวาทะกับนักกิจกรรมปัญญาชนปาตานี เรื่องแนวคิดการเมืองว่าด้วยการกำหนดสิทธิธรรมทางการเมืองของคนในพื้นที่ (Right to Self-determination) การวิวาทะครั้งนั้นได้ทำให้คู่กรณีและผม (ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคู่กรณีร่วมด้วย) เข้ารับฟังการจับเข่าคุยกันของพวกเขา สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจจากคำกล่าวของปัญญาชนนักกิจกรรมปาตานีท่านนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า 'งานความคิด' พวกเขาต้องการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในพื้นที่ด้วยปัญญาอันจะนำไปสู่การผลักดันทางการเมือง โดยมุมมองผม ตอนนั้น (หรือแม้กระทั่งตอนนี้) จึงถามไถ่ต่อ เชิงเป็นข้อเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ถ้ากลุ่มปัญญาชนนักกิจกรรมปาตานีจะจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อแสดงให้เห็นว่าโดยเบื้องต้น ฉันทามติปาตานีเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง เขาตอบว่ายังคงเป็นไปได้ยากสำหรับพวกเขา และดูเหมือนว่าปัญญาชนนักกิจกรรมท่านนั้นจะไม่ให้ความหวังกับกลุ่มการเมืองเดิมที่มีอยู่แล้วในพื้นที่สักเท่าไหร่

 

ผมยังคงคิดต่อไปว่าแล้วงานความคิดที่ว่า ถึงที่สุดแล้วรูปธรรมมันจักออกมาแบบไหน จริงอยู่ที่ว่าคงไม่มีใครเข้าใจได้ถึงสิ่งที่ยังไม่เห็นฟากฝั่งของอนาคต แต่ทว่าแล้วความคิดที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันเป็นเช่นไร จากสายตาของผมที่ได้ภายในรอบรั้วชีวิตของการเป็นนักศึกษาในพื้นที่ ผมเห็นปัญญาชนนักกิจกรรมปาตานีบางท่านยังเอาระบบโซตัส ใช้ห้องเชียร์เป็นแหล่งหาประโยชน์ทางอุดมการณ์ ขณะที่มหาลัยในสังคมไทยเช่น ธรรมศาสตร์ ได้สลัดทิ้งวัฒนธรรมเหล่านี้ไปเพื่อแสดงให้เห็นว่ามหาลัยเป็นที่พึ่งทางอุดมการณ์แก่บุตรหลานที่จักเติบโตไปเป็นพลเมืองในการสร้างสังคมการเมืองที่ดี ตามที่คนก่อตั้งคาดหวังให้มันเป็น

 

ผมยังไม่เห็นว่ากลุ่มปัญญาชนนักกิจกรรมในพื้นที่จะมาตระหนกหรือตระหนักกันว่าโซตัส ห้องเชียร์ พี่ว้าก จะเป็นเชื้อร้ายแก่ยุวชนผู้เป็นพลังขับเคลื่อนงานความคิดต่อๆ ไปในอนาคตอย่างไร และหากคิดว่าจะพกพาสิ่งเหล่านั้นไปด้วยเพียงเพราะเชื่อว่าไม่เกี่ยวกันโดยจะไม่ขอพูดถึง ผมก็คิดว่าขบวนการปัญญาชนนักกิจกรรมปาตานีกำลังบกพร่องต่องานความคิดอย่างรุนแรง

 

ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมที่สอนให้กดขี่มิอาจสร้างสรรค์งานความคิดและลดทอนการใช้ความรุนแรงใดๆ ได้

 

ผมไม่ชอบการบังคับเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งระบบประเพณีเชิงอำนาจในมหาลัย ผมไม่ชอบที่สังคมมหาลัยโดยเฉพาะนักศึกษา ต้องมีรูปแบบที่ต้อง 'เลี้ยงความคลั่งรุ่น คลั่งพวก กลุ่มนิยม' ผมว่ามันเป็นข้อเท็จจริงที่ผมเห็นได้ มากกว่าเรื่องมหาลัยเลี้ยงโจรหลายพันเท่า และไอ้ความนิยมอย่างบ้าคลั่งนี้เอง มันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนที่มีความต่าง บอบบาง พร้อมที่จะทำลายซึ่งกันและกันเสมอ

 

3

ล่าสุด ผมทราบเรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องเศร้า ร้านหนังสือ B2S สาขาบิ๊กซีปัตตานีกำลังจะปิดตัวลง ด้วยสาเหตุค่าเช่าพื้นที่ที่สูง ข่าวดังกล่าวทำให้ผมกับเพื่อนกลับมานั่งทบทวนกันว่าร้านหนังสือในพื้นที่สามจังหวัดเหลืออีกกี่แห่ง เราพบว่ายะลามีเยอะสุด ส่วนปัตตานี เมื่อไม่นับ B2S ที่กำลังจะหายไป ก็เหลือเพียงร้านหนังสือบูคูตรงถนนสายโรงเหล้า กับร้านหนังสือกรุงทองตรงตลาดโต้รุ่ง ส่วนที่นราธิวาส เราไม่ทราบว่าที่นั่นมีร้านหนังสืออยู่ นอกจากสถานีหัวใจเดียวกันของพี่ย่อง ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดให้มีการยืมและแลกเปลี่ยนกันอ่าน

 

สังคมปาตานี ขาดพื้นที่ของการลงทุนเพื่อการอ่าน โดยเฉพาะหนังสือ วรรณกรรม หรือตำราร่วมสมัย

 

การหายไปของร้านหนังสือหนึ่งร้านกำลังบอกอะไรเรา สำหรับผม มันสื่อว่าเครื่องมือสำหรับความคิดและปัญญา ยังมีความเป็นไปได้ต่ำที่จักลงทุนอย่างอยู่รอดปลอดภัยได้ตลอดไป มันยังมีความเสี่ยงที่นอกเหนือไปจากความไม่ปลอดภัยในสถานการณ์ที่ต้องจ่าย คือการที่คนไม่มีกำลังจ่ายหรือฝักใฝ่ในการเข้าถึงทรัพยากรทางปัญญา

 

การเมืองความคิดหวนคืนเพื่อไถ่ถามถึงความเป็นจริงอีกครั้ง ผมนึกถึงกองหนังสือจำนวนหนึ่งในงานสัปดาห์วิชาการ ..ปัตตานี หนังสือที่ส่งต่อโดยมิตรภาพจากคนกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ภาพของเด็กนักเรียนและนักศึกษาที่เลือกหยิบหนังสือฟรีไปอ่าน และอีกคนที่คอยหย่อนเงินใส่กล่องบริจาคเพื่อเป็นทุนให้ผู้จัดโครงการได้ซื้อหนังสือใหม่เข้าห้องสมุดโรงเรียนชายแดนใต้ ถึงที่สุดแล้วการเมืองความคิดที่ช่วยพยุงพื้นที่นี้ไว้ ก็มิอาจฉีกขาดไปได้จากความเป็นมนุษย์ที่มีเห็นต่อกัน แม้กระทั่งเรื่องการแบ่งปันทางปัญญา

 

ผมคิดว่าที่นี่ยังขาดแคลนทั้งความยุติธรรมและปัญญา ที่ถูกส่งต่อมาจากความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าด้วยเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อันเป็นปัญหาโดยรวมในสังคมไทยอยู่แล้ว และตัวการของปัญหาใช่แค่รัฐ แต่เป็นเพราะวัฒนธรรมอำนาจโดยประชาชนในพื้นที่ด้วยกันเองด้วย ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่มีความคิดเห็นเรื่องการแบ่งแยกดินแดน เพราะสิ่งที่น่ากลัวคือการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติต่อความเป็นคน จวบจนการเหยียบซ้ำด้วยความอธรรมและเกลียดชัง

 

และด้วยความเลวร้ายประการนี้ ก็จักสร้าง 'โจร' ในฐานะวาทกรรมหนึ่ง จักไร้ที่จบสิ้น

ทักษะวัฒนธรรมไม่ใช่แค่สถานที่ แต่...

เป็นเรื่องดีไม่น้อยที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในปีการศึกษานี้ ได้ต้อนรับขับสู้น้องใหม่สงขลานครินทร์ถิ่นตานี ด้วยกิจกรรมสร้างเสริมความเป็นพหุวัฒนธรรมผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในเมืองปัตตานี โดยจุดสำคัญต่าง ๆ เหล่านั้น ล้วนมีความสำคัญในฐานะความทรงจำทางวัฒนธรรมของชุมชนและประวัติศาสตร์ใ