Skip to main content

“พี่น้องครับ พี่ชายคนนี้ยังคงทำหน้าที่ต่อ ณ ตรงนี้ครับ ขอมอบเวทีต่อให้พี่ครับ” ผมพูดจบผมกลับไปที่นั่งของผมเพื่อเป็นคนดูต่อ

แม่น้ำสายนี้ยังคงไหลไปตามกาลเวลา
ฯ....................................................
ฉันผ่านมา  ผ่านมาทางนี้ ผ่านมาดูสายน้ำ...
..........ได้รู้ได้ยิน..............ฯ

บทเพลงแรกผ่านไปต่อด้วย

สาละวิน สายน้ำตา
เสียงปืนดังที่กิ่วดอย
ลูกชายไปสงคราม
เด็กน้อยผวาตื่น(ทุกคืนๆ)

“หนังสือของผม เป็นบทกวี” เขาหยิบหนังสือชื่อ เพลงในถ้ำ ซึ่งเป็นหนังสือที่เขาเป็นผู้ประพันธ์เองขึ้นมาอ่านบทกวีบทหนึ่ง

บนพรหมแดนตะวันตก
กะเรนนี, ฉันผ่านไปรื้อความเศร้าของเธอเมื่อเช้านี้
โปรดอย่าเรียกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นความยุติธรรม
และอย่าลูบหลังเธอด้วยคำแสดงความเสียใจ
ปลอบประโลมว่าเป็นเรื่องสูญเสียธรรมดาสามัญ
บนแผ่นดินช้างม้าวัวควายหมูไก่ไม่มีที่อยู่
อย่างน้อยหนึ่งคนในครอบครัวต้องล้มตายด้วยสงคราม
ลูกเห็นพ่อโดนมัดมือหายไปอย่างไม่มีวันกลับ
ลูกถามแม่ว่า “พ่อจะกลับมาอีกไหม?”
แม่ตอบว่า “สักวันหนึ่ง ลูกจะได้กลับแผ่นดินที่พ่ออยู่”
กระทั่งโตเป็นหนุ่มจึงรู้ความจริงว่าพ่อไปตายในสงคราม
ร่างของพ่อโดนโยนทิ้งเอาไว้กลางป่าสักที่หนึ่ง
ฉันผ่านไปรื้อความเศร้าของเธอ, กะเรนนี
เผ่าพันธุ์ที่โลกไม่เคยมีโอกาสสัมผัสชีวิตวิญญาณ

เขานิ่งเงียบสักพัก แล้วเขาวางหนังสือลงอย่างระมัดระวัง มือเขาเริ่มขยับดีดกีตาร์อีกครั้ง  บทเพลงสุดท้ายในวันนั้น คือเรื่องราวของ “อู บี ตู รี” วีรบุรุษผู้นำของคนกะเรนนี ผู้เกิดร่วมยุคสมัยเดียวกับประธานโฮ จี มีนแห่งเวียดนาม ยุคเดียวกับ ซอ บา อู ยี วีรบุรุษผู้นำของคนปกาเกอะญอ

“อู บี ตู รี” ตายไปหลายปีแล้วแต่เขาก็ยังเป็นวีรบุรุษของชาวกะเรนนี เพราะเขาเป็นผู้นำในการเรียกร้องการปลดปล่อยรัฐกะเรนนีให้เป็นอิสระ

นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพหลายๆท่านมักได้รับกรงขังและความตายเป็นรางวัลตอบแทน  หรือความตายจะเป็นอิสรภาพที่แท้จริง?

หนึ่งวันถัดมา  หลังจากเสร็จงานผมได้มีโอกาสเปิดจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ในคอมพิวเตอร์
“พูดถึงพี่น้องกะเหรี่ยงฝั่งโน้นมันไกลเกินไปไหม? พี่น้องกะเหรี่ยงฝั่งนี้เองสงครามวัฒนธรรมกำลังเกิดขึ้นแล้ว...”  เพื่อนร่วมชนเผ่าคนหนึ่ง ส่งข้อความมาถึงผม

“ก้อต้องพูดกันทั้งหมดแหละคับ เราล้วนเป็นเพื่อนมนุษยชาติเดียวกัน No border! No race! No country!……. We are the world etc.”  พี่ชายกบฏแห่งล้านนาอิสระแวะผ่านเข้ามาแสดงความเห็น

“ใช่!! สงครามวัฒนธรรมกำลังเกิดขึ้นแล้วจริงๆ  ผลกระทบของมันรุนแรงถึงขนาดทำให้คนชนเผ่าเดียวกันรู้สึกต่อกันและมองเห็นกันเป็นคนอื่นคนไกลไปแล้ว”
เพื่อนที่อยู่ในใจของผมขอมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นขณะอ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผมในจอคอมพิวเตอร์

เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่แท้จริงของสงครามคือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสงครามแบ่งแยกดินแดน  สงครามอาวุธ สงครามทางเชื้อชาติและศาสนา  สงครามการค้า สงครามการเงินหรือสงครามวัฒนธรรมก็ตาม  เราต่างอยู่ท่ามกลางภาวะสงคราม  ว่าแต่กำลังตกเป็นเหยื่อของสงครามอะไรอยู่??  หรือต้องการให้ประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่หัวใจหรือไม่??


บล็อกของ ชิ สุวิชาน

ชิ สุวิชาน
รุ่งเช้าวันที่ 10 กันยาฯ ทีมทั้งหมดเริ่มซ้อมเพื่อทบทวนกระบวนท่าฟ้อน ท่ารำ ท่วงท่าทำนอง จังหวะจะโคน ก่อนตระเวนออกศึก การซ้อมเริ่มต้นด้วยเพลงในอัลบั้มหิมพานต์ 2nd World ของพี่ทอด์ด ทองดี ต่อด้วยเพลงของ ซอ สมาชิกวง the sis ตามด้วยเพลงของลานนา คัมมินส์ รวมทั้งเพลงของมือระนาดและมือโปงลาง หมอแคน จนมาปิดท้ายที่เพลงของผม
ชิ สุวิชาน
บรรยากาศจากเทือกเขาสแครนตัน   หลังจากที่นักดนตรี นักร้อง นักรำมาถึงกันครบองค์ทั้งหมดแล้ว จึงเริ่มมีการแกะกล่องสัมภาระที่ขนเครื่องดนตรีและเครื่องไม้เครื่องมือประกอบการแสดงที่มาจากเมืองไทย ผมเริ่มแกะพลาสติกกันกระแทกที่ห่อเตหน่ากูไว้ เตหน่ากูได้โผล่ออกมารับแสงรับลมอีกครั้ง
ชิ สุวิชาน
รุ่งเช้าตื่นมา อากาศเย็นค่อนไปถึงหนาว ในขณะที่คณะที่มาด้วยกันยังนอนหลบกันอย่างเมามันจากอาการเพลียเพราะการเดินทาง ผมเดินลงไปในห้องครัวเผื่อเจออะไรที่ทานได้บ้าง หน้าห้องครัวเจ้าของบ้านได้ติดรูปคนในครอบครัว รูปลูกชายสองคน ที่ผมแปลกใจคือมีรูปหนึ่งที่ไม่ใช่รูปของผู้ชาย เป็นรูปคล้ายนางฟ้ามีข้อความเขียนว่า “Bless this home”  ทำให้นึกถึงบ้านคนไทยที่มีการเขียนหน้าบ้านต่างๆหลายอย่างเช่น “มั่งมีศรีสุข” บ้าง “บ้านนี้อยู่แล้วรวย” บ้าง
ชิ สุวิชาน
การรอคอยที่ไทเปสิ้นสุดลง เมื่อประตูสู่นิวยอร์กได้เปิดออกให้ผู้โดยสารเดินเข้าไปในเครื่องบิน ระยะทางกว่าสิบสี่ชั่วโมง ผมอยู่กับเพลง World Music ซึ่งเป็นเมนูที่มีให้เลือกจากสายการบิน บางเพลงมีเสียงระนาด ขลุ่ย และมีจังหวะหมอลำปะปนด้วยได้กลิ่นไอดนตรีไทยเป็นอย่างสูง ผมจึงยกหูฟังให้พี่สานุ นักดนตรีและโปรดิวเซอร์จากกรุงเทพฟัง เขาฟันธงเลยว่าเสียงทั้งหมดเป็นการ Samp มาทั้งนั้น ไม่ใช่เสียงจริงดั้งเดิมที่คนเล่นมา แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการฆ่าความน่าเบื่อของการอยู่บนเครื่องเป็นเวลานานได้เป็นอย่างดี  
ชิ สุวิชาน
ก่อนเดินทางมีการแถลงข่าวที่กรุงเทพ มีผู้สนับสนุนทั้งกระทรวงการต่างประเทศและบริษัทบุญรอดฯมาร่วม หลังงานแถลงข่าวมีการสัมภาษณ์จากสื่อมวลชนที่มาในงาน
ชิ สุวิชาน
ความจริงแล้วผมมีกำหนดการนัดสัมภาษณ์ขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปประเทศอเมริกาในวันที่ 2 กันยายน 2552 ขณะที่กำหนดการในการเดินทางไปประเทศดังกล่าวคือเช้าวันที่ 3 กันยายน 2552 หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ แผนกำหนดการเดินทางอาจมีปัญหาได้ ฉะนั้นทางบริษัท ลาเวลล์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็นผู้ประสานและเป็นผู้อำนวยการการเดินทางในครั้งนี้ ได้ขอทำเรื่องเร่งรัดการสัมภาษณ์ให้เกิดขึ้นก่อนการสัมภาษณ์เดิม
ชิ สุวิชาน
  บรรยากาศงานมหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย คำรบที่สาม เป็นไปอย่างเรียบง่ายเล็กๆ กะทัดรัด ตามประเด็นหัวข้อที่นำเอาเรื่องของ "การจัดการทรัพยากรบนพื้นที่สูงในรูปแบบโฉนดชุมชน" ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้อาวุโสชนเผ่าทางภาคเหนือต่างมากันอย่างครบครันเช่นเดิม
ชิ สุวิชาน
เขาเดินลงไปท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับบทเพลง" อย่าให้น้ำตาไหลริน"ของ ฉ่า เก โดะ ที  แม่จ๋า อย่าปล่อยให้น้ำตาได้มีโอกาสไหล            บัดนี้อายุลูกครบ สิบหกบริบูรณ์แล้วดั่งกฎของชายชาติทหารทุกประทศมี                  ลูกต้องทำหน้าที่เพื่อการปฏิวัติพ่อได้สละชีพจนแม่เลี้ยงลูกอย่างกำพร้า             อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่ลำเค็ญ แม่ทนถึงคราวลูกชายคนโตต้องไปทำหน้าที่ต่อ     …
ชิ สุวิชาน
สงครามตามชายแดนไทย-พม่าริมแม่น้ำเมยได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทางการพม่าออกมาปฏิเสธไม่มีส่วนกับสงครามที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างชนเผ่ากะเหรี่ยงด้วยกันเอง คือระหว่างกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กับกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ผลของการสู้รบทำให้ประชาชนชาวกะเหรี่ยงด้วยกันเองที่อยู่ในพื้นที่การสู้รบ ต้องหนีภัยจากการสู้รบ หลายชุมชนต้องฝ่าเสียงกระสุนปืน หลายชุมชนต้องฝ่าดงและเสียงระเบิด ในขณะที่เดินฝ่าความตายเพื่อหนีตายนั้น ต้องทำด้วยความเงียบ ความรวดเร็ว ต้องเก็บแม้กระทั่งเสียงร้องไห้
ชิ สุวิชาน
เพลงต่อเพลง ถูกเล่น ถูกร้อง ถูกเล่า ถูกถ่ายทอดออกมาล้วนมีที่มาที่ไปไม่แตกต่างจากเจตนารมณ์ของพ้อเหล่ป่าที่ทำตอนที่ยังชีวิตอยู่ เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง อาจารย์ลีซะกับพี่นนท์ก็โยนเวทีมาให้ผม ขณะที่ผมกำลังอยู่ในอาการสับสนเพราะไม่รู้จะเล่นเพลงอะไรดี สิ่งที่เตรียมเล่นเตรียมพูดในขณะที่เดินทาง เล่นไม่ได้พูดไม่ได้ มันเป็นประเด็นเปราะบางสำหรับพื้นที่นี้ งานนี้อีกครั้งหนึ่ง!
ชิ สุวิชาน
จังหวะที่ผมลุกขึ้นและตามเจ้าของบ้านเพื่อไปกินข้าว สายตาผมแวบไปมองเห็นผู้เฒ่าคนหนึ่งเหมือนคุ้นเคยกันมานาน ทั้งที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาก็จ้องหน้าผมเหมือนรู้จักมักคุ้นกับผมเป็นอย่างดี  "โพโดะ (หลาน) คืนนี้มีการขับธาไหม?" เขาถามผมเหมือนรู้ว่าใจผมต้องการอะไร แต่สีหน้าเขาเหมือนแสดงอาการไม่มั่นใจในบางอย่างออกมา"โอ้โห ต้องมีซิ" ผมตอบโดยไม่ต้องเดาว่าเขาคือโมะโชะคนหนึ่งแน่นอน
ชิ สุวิชาน
ทุกครั้งที่เดินทางผ่านหมู่บ้านแม่แฮใต้ ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม ไม่มีครั้งไหนที่เลยผ่านร้านขายของชำเล็กๆริมทาง ที่มีผู้เฒ่าปากแดงด้วยน้ำหมากนั่งเฝ้าอยู่ มีของที่จำเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตคนภูขายซึ่งมักเป็นอาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยวและยารักษาโรคเบื้องต้น  แต่ร้านขายของชำเล็กๆ ถึงเล็กมากแห่งนี้มีมากกว่านั้น มีเรื่องเล่าให้หัวเราะ ให้อมยิ้ม ให้ขบคิด และมีบทธาให้เก็บเกี่ยวมากมาย