Skip to main content

มีเวลาพัก หลังจากเล่นที่ Thai Thani Resort  วันหนึ่งได้มีโอกาสไปพายเรือเล่นที่ทะเลสาบระยะทางประมาณชั่วโมงเศษจากสแครนตั้น  รุ่งเช้า ออกเดินทางจากสแครนตั้นมุ่งสู่ตอนใต้ของอเมริกา เป้าหมายอยู่ที่ Texas ระยะทางเกือบสองพันไมล์ ขบวนรถตู้สามคัน บรรทุกทีมงานยี่สิบกว่าชีวิตพร้อมอุปกรณ์เครื่องเสียง เครื่องดนตรี เดินทางเต็มที่วันแรกจนตีสอง ทุกคนยอมแพ้ทั้งคนขับและคนนั่ง ถ้าเครื่องดนตรีและเครื่องเสียงพูดได้ ก็คงขอพักเช่นกัน จึงค้างกันที่เมือง Bristol รัฐ Tennessee

 

รัฐที่เราค้างนี้ถือเป็นรัฐชนบทของอเมริกา แต่ผมรู้สึกชอบเพราะมันเงียบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทางไม่ยุ่งเหยิง แต่ก็ต้องเดินทางต่อเนื่องจากยังไม่ถึงครึ่งทางสู่เป้าหมาย หลังจากผ่านแม่น้ำ Mississippi ประมาณแปดชั่วโมง เราค้างร

ะหว่างทางอีกคืนที่เมือง Little Rock รุ่งเช้าฟัดอาหารเช้าแบบอเมริกันแล้วเดินทางต่อ โดยมีบทเพลงที่เขียนที่มีอายุกว่าหกสิบปีโดย Big Momma หญิงผิวดำที่เกิดใน Texas ขับร้องโดย วง Led zeppelin จังหวะที่บทเพลงหนึ่งกำลังบรรเลง เป็นช่วงรถแล่นผ่านแม่น้ำ Arkansas

 

ถ้าฝนไม่หยุด เขื่อนจะแตก
จะเดือดร้อน ตามสูตร สูตรของเพลงบลูส์
เขื่อนแตกจะไม่มีที่ไป
เขื่อนอันโหดร้าย สอนให้ฉันร้องไห้เป็น
เขื่อนอันโหดร้าย
สอนให้ฉันเศร้าโศกเป็น
เพราะมันมีอำนาจ
ทำให้ฉันต้องหนีจากบ้าน
ร้องไห้ก็ไร้ประโยชน์
วิ่งก็ไม่พ้นความตาย
เพราะเมื่อเขื่อนแตก
มันคือหายนะเท่านั้น”

 

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือบทเพลงของพลเมืองแห่งต้นกำเนิดทุนนิยม
หกสิบกว่าปีแล้วที่พวกเขาขับขาน บทเพลงแห่งหายนะ ในดินแดนของพวกเขา
จากที่หนึ่ง ไปสู่อีกที่ เคลื่อนย้ายแนวคิด ทุนและวิธีการ
เคลื่อนย้ายความทุกข์ ความโศกและน้ำตา
โขงโดน โดนแล้ว สาละวินมันจะไม่เว้น
 
วิ่งหนี เพื่อพาสาละวินรอดจากหายนะ
หรือ “ร้องไห้ก็ไร้ประโยชน์
วิ่งก็ไม่พ้นความตาย”
แต่เรายังต้องวิ่ง จูงมือแม่น้ำเสรีวิ่งหนีมัน
 
บรรพบุรุษคนปกาเกอะญอ สอนให้ฉันวิ่งหนี

หนีความวุ่นวาย หนีความขัดแย้ง หนีการฆ่าฟัน
หนีการตกเป็นทาส หนีขึ้นดอย หนีข้ามแม่น้ำ
หนีคนโยนก หนีคนโยเดีย
วันนี้ยืนอยู่ที่ปลายดอย ยืนอยู่ที่ริมแม่น้ำ
ฉันเหมือนหมาจนตรอก พร้อมแล้วที่จะแว้งกัด
หากมีหนทาง ฉันอยากหนีมากกว่า
หนีความวุ่นวาย หนีความขัดแย้ง หนีการฆ่าฟัน หนีการตกเป็นทาส

 

หรือฉันและเผ่าพันธุ์ต้องเกิดมาเพื่อวิ่งหนี
เมื่อได้ฟังบทเพลง “
Born to run” ของวง “Bruce Spring Steen”
เกิดมาเพื่อวิ่งหนี... สู้กับความฝันที่จับต้องไม่ได้
เมืองดึงกระดูกของเราไป
เอากลับคืนไม่ได้
ฉันอยากเป็นเพื่อน อยากรักษาความฝันของเราเอาไว้
ไปด้วยกันได้ไหม
ฉันเองก็กลัวความฝัน
แต่ก็อยากรู้ว่าความรักมีจริงไหม มันเป็นอย่างไร
รักที่แท้จริง
รักที่ทำให้ความฝันเป็นจริง


ปราสาทที่คนรวยยืนอยู่
ผู้หญิงสวยกับชายสูงอายุ
สนามหญ้า หน้าบ้านหลังใหญ่
คุณอยากไปที่อื่นอีกไหม
คุณมีความฝันอย่างอื่นอีกไหม
บ้านนักต่อสู้ที่อกหักอยู่ไหน
นักต่อสู้ที่เศร้าโศก
ไปหาเขา ไปปลุกเขา
แล้วเราจะวิ่งใต้เงาพระจันทร์ร่วมกัน
ไม่มีใครรู้ไม่ต้องแคร์
ไม่มีใครเห็นไม่เป็นไร
เราเกิดมาเพื่อวิ่งตามหาฝัน”

 

ถ้ารักใคร ก็จงทำให้เขารู้ ถ้าปากบอกว่ารักป่ารักธรรมชาติก็แสดงออกทางวิถีชีวิต
ถ้ารักเผ่าพันธุ์
ก็แสดงออกทางการรักษาวัฒนธรรม
มีเตหน่ากูสอนให้เขาพูด เขาพร้อมแล้ว พร้องส่งเสียง พร้อมบรรเลง
หากไม่มีอะไรพูด หากไม่มีอะไรร้อง ร้องโอ
.....โอ......โอ.....ลา....ลา

 

เทือกเขา Shenandoah ในรัฐ West Virginia

 

ตะวันตกดินระหว่างทางวิ่งตามหาฝัน

 

 

 

บล็อกของ ชิ สุวิชาน

ชิ สุวิชาน
รุ่งเช้าวันที่ 10 กันยาฯ ทีมทั้งหมดเริ่มซ้อมเพื่อทบทวนกระบวนท่าฟ้อน ท่ารำ ท่วงท่าทำนอง จังหวะจะโคน ก่อนตระเวนออกศึก การซ้อมเริ่มต้นด้วยเพลงในอัลบั้มหิมพานต์ 2nd World ของพี่ทอด์ด ทองดี ต่อด้วยเพลงของ ซอ สมาชิกวง the sis ตามด้วยเพลงของลานนา คัมมินส์ รวมทั้งเพลงของมือระนาดและมือโปงลาง หมอแคน จนมาปิดท้ายที่เพลงของผม
ชิ สุวิชาน
บรรยากาศจากเทือกเขาสแครนตัน   หลังจากที่นักดนตรี นักร้อง นักรำมาถึงกันครบองค์ทั้งหมดแล้ว จึงเริ่มมีการแกะกล่องสัมภาระที่ขนเครื่องดนตรีและเครื่องไม้เครื่องมือประกอบการแสดงที่มาจากเมืองไทย ผมเริ่มแกะพลาสติกกันกระแทกที่ห่อเตหน่ากูไว้ เตหน่ากูได้โผล่ออกมารับแสงรับลมอีกครั้ง
ชิ สุวิชาน
รุ่งเช้าตื่นมา อากาศเย็นค่อนไปถึงหนาว ในขณะที่คณะที่มาด้วยกันยังนอนหลบกันอย่างเมามันจากอาการเพลียเพราะการเดินทาง ผมเดินลงไปในห้องครัวเผื่อเจออะไรที่ทานได้บ้าง หน้าห้องครัวเจ้าของบ้านได้ติดรูปคนในครอบครัว รูปลูกชายสองคน ที่ผมแปลกใจคือมีรูปหนึ่งที่ไม่ใช่รูปของผู้ชาย เป็นรูปคล้ายนางฟ้ามีข้อความเขียนว่า “Bless this home”  ทำให้นึกถึงบ้านคนไทยที่มีการเขียนหน้าบ้านต่างๆหลายอย่างเช่น “มั่งมีศรีสุข” บ้าง “บ้านนี้อยู่แล้วรวย” บ้าง
ชิ สุวิชาน
การรอคอยที่ไทเปสิ้นสุดลง เมื่อประตูสู่นิวยอร์กได้เปิดออกให้ผู้โดยสารเดินเข้าไปในเครื่องบิน ระยะทางกว่าสิบสี่ชั่วโมง ผมอยู่กับเพลง World Music ซึ่งเป็นเมนูที่มีให้เลือกจากสายการบิน บางเพลงมีเสียงระนาด ขลุ่ย และมีจังหวะหมอลำปะปนด้วยได้กลิ่นไอดนตรีไทยเป็นอย่างสูง ผมจึงยกหูฟังให้พี่สานุ นักดนตรีและโปรดิวเซอร์จากกรุงเทพฟัง เขาฟันธงเลยว่าเสียงทั้งหมดเป็นการ Samp มาทั้งนั้น ไม่ใช่เสียงจริงดั้งเดิมที่คนเล่นมา แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการฆ่าความน่าเบื่อของการอยู่บนเครื่องเป็นเวลานานได้เป็นอย่างดี  
ชิ สุวิชาน
ก่อนเดินทางมีการแถลงข่าวที่กรุงเทพ มีผู้สนับสนุนทั้งกระทรวงการต่างประเทศและบริษัทบุญรอดฯมาร่วม หลังงานแถลงข่าวมีการสัมภาษณ์จากสื่อมวลชนที่มาในงาน
ชิ สุวิชาน
ความจริงแล้วผมมีกำหนดการนัดสัมภาษณ์ขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปประเทศอเมริกาในวันที่ 2 กันยายน 2552 ขณะที่กำหนดการในการเดินทางไปประเทศดังกล่าวคือเช้าวันที่ 3 กันยายน 2552 หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ แผนกำหนดการเดินทางอาจมีปัญหาได้ ฉะนั้นทางบริษัท ลาเวลล์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็นผู้ประสานและเป็นผู้อำนวยการการเดินทางในครั้งนี้ ได้ขอทำเรื่องเร่งรัดการสัมภาษณ์ให้เกิดขึ้นก่อนการสัมภาษณ์เดิม
ชิ สุวิชาน
  บรรยากาศงานมหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย คำรบที่สาม เป็นไปอย่างเรียบง่ายเล็กๆ กะทัดรัด ตามประเด็นหัวข้อที่นำเอาเรื่องของ "การจัดการทรัพยากรบนพื้นที่สูงในรูปแบบโฉนดชุมชน" ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้อาวุโสชนเผ่าทางภาคเหนือต่างมากันอย่างครบครันเช่นเดิม
ชิ สุวิชาน
เขาเดินลงไปท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับบทเพลง" อย่าให้น้ำตาไหลริน"ของ ฉ่า เก โดะ ที  แม่จ๋า อย่าปล่อยให้น้ำตาได้มีโอกาสไหล            บัดนี้อายุลูกครบ สิบหกบริบูรณ์แล้วดั่งกฎของชายชาติทหารทุกประทศมี                  ลูกต้องทำหน้าที่เพื่อการปฏิวัติพ่อได้สละชีพจนแม่เลี้ยงลูกอย่างกำพร้า             อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่ลำเค็ญ แม่ทนถึงคราวลูกชายคนโตต้องไปทำหน้าที่ต่อ     …
ชิ สุวิชาน
สงครามตามชายแดนไทย-พม่าริมแม่น้ำเมยได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทางการพม่าออกมาปฏิเสธไม่มีส่วนกับสงครามที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างชนเผ่ากะเหรี่ยงด้วยกันเอง คือระหว่างกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กับกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ผลของการสู้รบทำให้ประชาชนชาวกะเหรี่ยงด้วยกันเองที่อยู่ในพื้นที่การสู้รบ ต้องหนีภัยจากการสู้รบ หลายชุมชนต้องฝ่าเสียงกระสุนปืน หลายชุมชนต้องฝ่าดงและเสียงระเบิด ในขณะที่เดินฝ่าความตายเพื่อหนีตายนั้น ต้องทำด้วยความเงียบ ความรวดเร็ว ต้องเก็บแม้กระทั่งเสียงร้องไห้
ชิ สุวิชาน
เพลงต่อเพลง ถูกเล่น ถูกร้อง ถูกเล่า ถูกถ่ายทอดออกมาล้วนมีที่มาที่ไปไม่แตกต่างจากเจตนารมณ์ของพ้อเหล่ป่าที่ทำตอนที่ยังชีวิตอยู่ เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง อาจารย์ลีซะกับพี่นนท์ก็โยนเวทีมาให้ผม ขณะที่ผมกำลังอยู่ในอาการสับสนเพราะไม่รู้จะเล่นเพลงอะไรดี สิ่งที่เตรียมเล่นเตรียมพูดในขณะที่เดินทาง เล่นไม่ได้พูดไม่ได้ มันเป็นประเด็นเปราะบางสำหรับพื้นที่นี้ งานนี้อีกครั้งหนึ่ง!
ชิ สุวิชาน
จังหวะที่ผมลุกขึ้นและตามเจ้าของบ้านเพื่อไปกินข้าว สายตาผมแวบไปมองเห็นผู้เฒ่าคนหนึ่งเหมือนคุ้นเคยกันมานาน ทั้งที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาก็จ้องหน้าผมเหมือนรู้จักมักคุ้นกับผมเป็นอย่างดี  "โพโดะ (หลาน) คืนนี้มีการขับธาไหม?" เขาถามผมเหมือนรู้ว่าใจผมต้องการอะไร แต่สีหน้าเขาเหมือนแสดงอาการไม่มั่นใจในบางอย่างออกมา"โอ้โห ต้องมีซิ" ผมตอบโดยไม่ต้องเดาว่าเขาคือโมะโชะคนหนึ่งแน่นอน
ชิ สุวิชาน
ทุกครั้งที่เดินทางผ่านหมู่บ้านแม่แฮใต้ ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม ไม่มีครั้งไหนที่เลยผ่านร้านขายของชำเล็กๆริมทาง ที่มีผู้เฒ่าปากแดงด้วยน้ำหมากนั่งเฝ้าอยู่ มีของที่จำเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตคนภูขายซึ่งมักเป็นอาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยวและยารักษาโรคเบื้องต้น  แต่ร้านขายของชำเล็กๆ ถึงเล็กมากแห่งนี้มีมากกว่านั้น มีเรื่องเล่าให้หัวเราะ ให้อมยิ้ม ให้ขบคิด และมีบทธาให้เก็บเกี่ยวมากมาย